DESIGNED BY JOOMLA2YOU
  • บริการงานวิจัย

  • พัฒนาประเทศ

  • ติดต่อสอบถาม

โครงการสำรวจศึกษาด้วยการใช้ตัวอย่างซ้ำตามรอบระยะเวลา เรื่อง สุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย  

(A Panel & Longitudinal Survey and Study on Health, Aging, and Retirement in Thailand - HART)

โดย

ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สำนักวิจัย

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

เมษายน 2561

 

 

1. ความสำคัญและที่มาของโครงการวิจัย

จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ผ่านมา สังคมไทยได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยโครงสร้างประชากรไทย ได้เปลี่ยนไป ในปี พ.ศ. 2503 ประชากรไทยที่มี อายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน ประมาณ 1.2 ล้านคน และได้เพิ่มจำนวนเป็น ประมาณ 7 ล้านคนในปี พ.ศ. 2548 ซึ่ง เพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่าตัวจากเมื่อประมาณ 45 ปีก่อน จากการฉายภาพประชากรของประเทศไทย จำนวนประชากร วัยสูงอายุไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.4 ล้านคนในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 1.7 เท่าของ ปี พ.ศ. 2548 สัดส่วนของประชากรวัยสูงอายุในประชากรทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2548 เท่ากับประมาณร้อยละ 11 และจะกลายเป็น ประมาณร้อยละ 18 ในปี พ.ศ. 2563  ประชากรวัยสูงอายุ มิใช่เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทย แต่เป็นปัญหาในระดับโลก เมื่อนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชากรโลกอายุสูงกว่า 65 ปีจะมีจำนวน มากกว่าประชากรอายุต่ำกว่า 5 ปี

การสูงอายุของประชากรในทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทย จะนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและการดูแลที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุสูงกว่า 85 ปีจากการที่ประชากรมีอายุขัยยืนยาวขึ้น การเพิ่มภาระของสังคมในการรักษาความเจ็บป่วยที่เรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครอบครัวที่สมาชิกใน วัยทำงานจะลดลง ภาระในการดูแลสมาชิกผู้สูงอายุมากขึ้น การบริหารจัดการระบบการประกันสังคม การประกัน สุขภาพ และสวัสดิการสังคมที่สามารถรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น รวมถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การย้ายถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของประเทศ โดยสรุป การสร้างเสริมศักยภาพและสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจที่ทำให้ผู้สูงอายุอยู่ดีมีสุข ทั้งในด้านความมั่นคงทางรายได้และสุขภาพหลังการเกษียณ จึงเป็นประเด็นหัวใจของการกำหนดนโยบายสาธารณะและการปรับตัวของสถาบันครอบครัวในการรองรับสังคมสูงอายุ

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการ ต่างๆขึ้น แต่การกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ประเด็น ปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และสหสาขาวิทยา ในประเทศที่พัฒนาแล้วและได้เข้าสู่สังคมวัยสูงอายุได้มีการศึกษากลุ่มประชากรดังกล่าวโดยมีฐานข้อมูลในมิติต่างๆทางประชากร เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ตลอดจนสุขภาพ ที่ได้จากวิธีการสำรวจโดยการใช้ตัวอย่างซ้ำ (Panel Survey) และเป็นการสำรวจตามรอบระยะเวลา (Longitudinal Survey) ตัวอย่างโครงการที่มีการสำรวจและศึกษาในประเทศต่าง เช่น

(1) Health and Retirement Study (HRS) ในสหรัฐอเมริกาดำเนินการโดย Institute for Social Research, University of Michigan (ซึ่งเป็นโครงการแม่แบบของการสำรวจจัดเก็บข้อมูลแบบ Panel/Longitudinal ของการศึกษาการสูงอายุในประเทศต่างๆในปัจจุบัน)

(2) English Longitudinal Survey on Aging (ELSA) ในอังกฤษ ดำเนินการโดย Institute for Fiscal Studies, University College London

(3) Panel Survey on Health, Aging and Retirement in Europe (SHARE) ในสหภาพยุโรป ดำเนินการโดย Institute for Economics and Statistics, University of Mannheim

(4) Korea Longitudinal Study of Aging (KLoSA) ในเกาหลี ดำเนินการโดย Korea Institute of Labor

(5) Japanese Study of Aging and Retirement (JSTAR) ดำเนินการโดย Hitotsubashi University

(6) Chinese Health and Retirement Longitudinal Study (CHARLS) ดำเนินการโดย The China Center for Economic Research (CCER), Peking University

(7) Longitudinal Aging Survey in India (LASI) ดำเนินการโดย Program on the Global Demography of Aging (PGDA), Harvard University 

การสำรวจด้วยวิธีการดังกล่าวนี้มีข้อดีที่สามารถแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ (เช่น โครงสร้างครอบครัว ระบบการเกื้อกูล สุขภาพ การรับรู้ รายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน และทัศนคติ) เป็นข้อมูลในระดับครัวเรือนและบุคคลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของครัวเรือนและบุคคลซ้ำกันในทุกรอบของการสำรวจ ข้อมูลที่สำรวจได้ในทุกประเทศจะมีการจัดเก็บเป็น User files ไว้ในห้องข้อมูล (Data archive) และใส่ไว้ใน Homepage ของหน่วยงานที่ดำเนินการ เพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาสามารถนำข้อมูลไปศึกษาวิเคราะห์ในระดับลึกได้ รวมทั้งมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถนำข้อมูลไปกำหนดหรือปรับปรุงนโยบายและมาตรการได้

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ล้วนเป็นการศึกษาวิจัยโดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง (Cross-sectional studies) อย่างไรก็ดี ข้อมูลภาคตัดขวางไม่สามารถให้ภาพได้ชัดเจนเท่ากับข้อมูลแบบ Panel ในเรื่องที่เกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลง เช่น กระบวนการเสื่อมวัยของผู้สูงอายุ และที่สำคัญคือ ข้อมูลแบบ Panel ทำให้เราสามารถแยกผลกระทบของเวลา (Period) อายุ (Age) และรุ่น (Cohort) ที่มีต่อผู้สูงอายุออกจากกันได้ นอกจากนั้น ข้อมูลที่มีการจัดเก็บจากการศึกษาเหล่านี้  ยังไม่มีการจัดเก็บที่เป็นระบบฐานข้อมูลที่ให้นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษา สามารถเข้าถึงได้ ในกรณีของข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ถึงจะให้เข้าถึงได้ แต่ก็มีตัวแปรที่จำกัดและไม่ได้มีลักษณะเป็น Panel data ที่รวบรวมจากตัวอย่างซ้ำในทุกรอบการสำรวจ ปัจจุบัน สถาบันวิจัยและพัฒนา RAND Corporation ในสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำฐานข้อมูลของโครงการวิจัยการสูงอายุด้วยตัวอย่างซ้ำที่มีการดำเนินการอยู่ทั่วโลก โดยเรียกโครงการฐานข้อมูลนี้ว่า The Survey Metadata Repository เพื่อใช้เก็บข้อมูลจากสถาบันวิจัยที่เป็นเครือข่ายอยู่ใน 5 มิติหลักคือ Health, Health Service, Labor Force, Economic Status, Family Structure and Social Network (https://mmicdata.rand.org/meta/ )      คณะผู้วิจัยจากสำนักวิจัย คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ คณะสถิติประยุกต์ และคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาเกี่ยวกับการสูงอายุของประชากรไทยและการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆที่สำคัญในลักษณะของ “สหวิทยาการ” กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงในส่วนของสุขภาพ สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม และการเข้าถึงและการใช้ระบบเกื้อหนุนต่างๆ ของประชากรไทย โดยการใช้ข้อมูลแบบ Panel ในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการสูงอายุ และเพื่อช่วยในการกำหนดนโยบายของรัฐเพื่อรองรับ “สังคมสูงอายุ” รวมทั้งการสร้างโอกาสแก่นักวิจัยไทยได้ศึกษาเปรียบเทียบข้ามประเทศในการสูงอายุของประชากร โดยฐานข้อมูลที่ได้จากการสำรวจโดยใช้ตัวอย่างซ้ำและตามรอบระยะเวลา (Longitudinal Panel Study) ร่วมกันนักวิจัยในต่างประเทศได้

การดำเนินโครงการ HART ได้เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2551 ในลักษณะของโครงการนำร่อง (Pilot project) เพื่อสร้างประสบการณ์และเตรียมการดำเนินการโครงการสำรวจในระดับประเทศต่อไป โครงการนำร่องนี้ ได้ดำเนินการ 2 รอบสำรวจ ซึ่งแต่ละรอบสำรวจจะมีระยะเวลาห่างกัน 2 ปี และเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างซ้ำจากสมาชิก 1 คนที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปในครัวเรือนตัวอย่างจำนวน 1,500 ตัวอย่างในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในจังหวัดขอนแก่น โครงการนำร่องรอบที่ 1 (Wave 1) เป็นการสำรวจเพื่อสร้างฐานข้อมูลตั้งต้น (Base-line data) ได้รับงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2552 ภายใต้กรอบการวิจัย กลุ่มเรื่องที่ 7 การป้องกันโรคและการรักษาสุขภาพ หัวข้อที่ (5) การวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ (ผู้สูงอายุ) สำหรับโครงการนำร่องรอบที่ 2 ได้รับงบสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาในปีงบประมาณ 2554

สำหรับโครงการ HART ซึ่งดำเนินการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างซ้ำระดับประเทศนั้น ได้มีการดำเนินการมา 2 รอบสำรวจ ในปีงบประมาณ 2557 และ 2559 โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้แผนงานวิจัย “ความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุไทย”  ซึ่งประกอบไปด้วย 4 โครงการวิจัย ได้แก่ (1) ครอบครัวและระบบเกื้อหนุน (2) สุขภาพและความพึงพอใจในชีวิต (3) การมีงานทำ และ(4) ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุไทย ในปี 2559 โครงการ HART ได้เข้าร่วมในเครือข่ายของโครงการ Health and Retirement Study, Institute for Social Research, University of Michigan รวมทั้งความร่วมมือและความอนุเคราะห์ด้านการสำรวจด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเครื่องมือการสัมภาษณ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จาก Social Research Center, Institute for Social Research, University of Michigan ในงานสำรวจรวบรวมข้อมูลของโครงการรอบที่ 2

2. วัตถุประสงค์หลักของโครงการ HART

วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการ คือ การดำเนินการสำรวจศึกษาวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับการสูงอายุของประชากรไทย ในประเด็น ต่อไปนี้

(1) การสำรวจความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุไทย ด้วยการใช้กลุ่มตัวอย่างซ้ำ ตามรอบระยะเวลาสำรวจทุก 2 ปี เพื่อสร้างและเผยแพร่ฐานข้อมูลการสูงอายุของประชากรไทยในมิติต่างๆ

(2) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์ความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุไทยจากผลการสำรวจในแต่ละรอบ เพื่อเผยแพร่

(3)  การสร้างโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย และนักวิชาการในสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานวิจัย นำข้อมูลไปศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสูงอายุของประชากรไทย หรือเปรียบเทียบพฤติกรรมการสูงอายุของประชากรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการสูงอายุและการกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุ

(4) การเข้าร่วมเครือข่ายโครงการ Health and Retirement Study (HRS) ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบของการสำรวจศึกษาพฤติกรรมการสูงอายุของประชากรด้วยการใช้ตัวอย่างซ้ำ

3. วิธีการสำรวจรวบรวมข้อมูล

ภายใต้กรอบแนวคิด ความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสูงอายุใน 7 มิติ ได้แก่ (1) คุณลักษณะประชากร (2) ครอบครัวและการเกื้อกูล (3) สุขภาพ (4) การมีงานทำ (5) รายได้ (6) ทรัพย์สินและหนี้สิน และ (7) ความคาดหวังและความพึงพอใจในชีวิต โครงการ HART ได้ดำเนินการสำรวจรวบรวมข้อมูลใน 7 มิติ โดยวิธีการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแบบตัวต่อตัว (Face-to-face interview) ในทั้ง 2 รอบการสำรวจที่ผ่านมา

เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจ ในรอบที่ 1 เป็นการสร้างข้อถาม 7 มิติในแบบสัมภาษณ์ที่พิมพ์บนกระดาษและบันทึกคำตอบด้วยดินสอ/ปากกา (Paper and pencil interview PAPI) สำหรับการสำรวจ รอบที่ 2 ได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความร่วมมือและการอนุเคราะห์จากโครงการ HRS และ Social Research Center (SRC) จาก Institute for Social Research (ISR), University of Michigan มาใช้ในการสำรวจและสร้างเครื่องมือสำหรับการสัมภาษณ์ข้อถาม 7 มิติในเครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer Assisted Personal Interview CAPI) การปรับเปลี่ยนเครื่องมือในการสัมภาษณ์ใน 2 รอบสำรวจนี้ เป็นผลมาจากคณะผู้วิจัยของโครงการ HART เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในงานสำรวจวิจัยแบบการใช้ตัวอย่างซ้ำและการได้รับความร่วมมือทางเทคนิคและความอนุเคราะห์ด้านระบบและเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไม่คาดฝันในระหว่างดำเนินการโครงการภายใต้แผนงานวิจัยในปี 2559 ดังนั้น การใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์ที่ต่างกันใน 2 รอบสำรวจ ทำให้มีการปรับข้อความและเนื้อหาของแต่ละมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการตั้งคำถามที่ได้กำหนดไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโครงการ HRS อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของโครงการ HART ทั้ง 2 รอบสำรวจยังอยู่ในกรอบ 7 มิติ และข้อถามส่วนใหญ่ไม่มีการปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นนี้ ผู้ใช้ข้อมูลสามารถใช้ข้อมูลใน 2 รอบสำรวจในลักษณะของ Cross sectional data

สำหรับการกำหนดและสุ่มครัวเรือนตัวอย่าง เป็นการดำเนินการจากข้อมูลประชากรเป้าหมายทั้งประเทศ โดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น 2 ขั้น (Two-stage stratified random sampling) ในขั้นแรกได้แบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็น 6 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ในแต่ละภูมิภาคก็แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก (ประชากรที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป จำนวนไม่เกิน 250,000 คน) และกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่ (ประชากรที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปจำนวนตั้งแต่ 250,000 คนขึ้นไป) จากนั้นได้สุ่มจังหวัดขนาดเล็ก 1 จังหวัด และขนาดใหญ่ 1 จังหวัดในภาคเหนือ (ได้แก่ เชียงใหม่และอุตรดิตถ์) ภาคกลาง (ได้แก่ เพชรบูรณ์และสิงห์บุรี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ได้แก่ ขอนแก่นและสุรินทร์) และภาคใต้ (ได้แก่ สงขลา และกระบี่) ยกเว้นภาคตะวันออก ที่มีเพียง 7 จังหวัดและจำนวนประชากรไม่มาก จึงสุ่มเลือกเพียง 1 จังหวัด (ได้แก่ จันทบุรี) และสุ่มอีก 4 จังหวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ)

เมื่อได้จังหวัดตัวอย่าง จำนวน 13 จังหวัดแล้ว ในขั้นต่อมา เป็นการสุ่มครัวเรือนในเขตและนอกเขตเทศบาลจากจังหวัดตัวอย่าง โดยการสุ่มชุมรุมอาคาร (Block) ในเขตเทศบาล มาจำนวนหนึ่ง และสุ่มหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตเทศบาลมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงสุ่มครัวเรือนจากชุมรุมอาคาร/หมู่บ้านที่สุ่มได้ดังกล่าว ตามขนาดตัวอย่างครัวเรือนที่กำหนดตามระเบียบวิธีทางสถิติ ซึ่งเท่ากับ 5,600 ครัวเรือน และเนื่องจากจำนวนครัวเรือนในจังหวัดที่ตกเป็นตัวอย่างมีความแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนครัวเรือนในกรุงเทพมหานครมีค่ามากกว่าจำนวนครัวเรือนในจังหวัดอื่น ๆ อยู่มาก ดังนั้น ถ้าใช้วิธีจัดสรรขนาดตัวอย่างไปตามจังหวัดต่าง ๆ แบบเป็นสัดส่วนกับขนาด (Allocation with proportional to size) จะทำให้บางจังหวัดมีขนาดตัวอย่างน้อยมากและขนาดตัวอย่าง (จำนวนครัวเรือนตัวอย่าง) ในกรุงเทพมหานครมีค่ามากเกินไป ดังนั้น จึงกำหนดขนาดตัวอย่างในจังหวัดขนาดใหญ่ ให้เป็น 600 ครัวเรือนต่อจังหวัด และขนาดตัวอย่างในจังหวัดขนาดเล็ก เป็น 400 ครัวเรือนต่อจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขนาดตัวอย่างรวมเท่ากับ1,200 ครัวเรือน โดยจัดสรรให้กรุงเทพมหานครครึ่งหนึ่ง คือ  600 ครัวเรือนและจังหวัดอื่น ๆ ในเขตปริมณฑล ให้สุ่มมาจังหวัดละ 200 ครัวเรือน ผลการสุ่มครัวเรือนตัวอย่างที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างซ้ำ ได้สรุปแสดงไว้ในตาราง ก.

 

ตารางที่ ก  จำนวนครัวเรือนในประเทศไทย จำนวนครัวเรือนตัวอย่าง ซึ่งจัดสรรให้กับจังหวัดที่ตกเป็นตัวอย่างของโครงการ HART

ภูมิภาค

จังหวัด

จำนวนครัวเรือน (หลัง)

ในประชากร

ในตัวอย่าง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรุงเทพมหานคร

2,334,126

600

 

นนทบุรี

506,548

200

 

สมุทรปราการ

497,386

200

 

ปทุมธานี

446,121

200

 

รวม

3,784,181

1,200

ภาคตะวันออก

จันทบุรี

193,307

400

ภาคกลาง

เพชรบูรณ์

302,742

600

 

สิงห์บุรี

67,911

400

 

รวม

370,653

1,000

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอนแก่น

510,219

600

 

สุรินทร์

334,461

400

 

รวม

844,680

1,000

ภาคเหนือ

เชียงใหม่

650,667

600

 

อุตรดิตถ์

231,227

400

 

รวม

881,894

1,000

ภาคใต้

สงขลา

421,177

600

 

กระบี่

141,027

400

 

รวม

562,204

1,000

รวมทุกภาค

6,636,919

5,600

หมายเหตุ: *กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยค้นจาก http://203.113.86.149/xstat/pop52_3.html

ผ่าน http://www.dopa.go.th วันที่ 29 กรกฎาคม 2553

 

สำหรับการสัมภาษณ์ครัวเรือนตัวอย่าง 5,600 ครัวเรือน นั้นเป็นการสัมภาษณ์สมาชิกครัวเรือน 1 คน (Respondent) โดยกำหนดให้เลือกหัวเหน้าครัวเรือน ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ หากไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็กำหนดให้เป็นสมาชิกครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปที่สมัครใจให้สัมภาษณ์เป็นผู้ให้สัมภาษณ์อันดับต่อมา ในการสัมภาษณ์สมาชิกครัวเรือนนั้น คู่สมรส (Spouse) หรือตัวแทน (Proxy) ก็สามารถช่วยตอบคำถามในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงได้

ช่วงเวลาในการสำรวจรวบรวมข้อมูลในรอบที่ 1 เป็นการดำเนินการระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2558 และในรอบที่ 2 ระหว่างเดือน มกราคม – มิถุนายน 2560

 

ความเป็นมา

ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research – CASR) เป็น ศูนย์หนึ่งในสิบสองศูนย์วิจัยของสำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ภายใต้ยุทธศาสตร์งานวิจัยของสถาบันฯในการสร้างองค์ความรู้ด้านพัฒนบริหาร ศาสตร์และการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในระดับสากล

ความหมายสังคมสูงอายุ (องค์การสหประชาชาติ)

(1) สังคมที่กำลังสูงอายุ (Aging Society): สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 10 หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 7

(2) สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society): สังคมที่สัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น20% หรือ อายุ65 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น14% 

(3) สำหรับประเทศไทยผู้สูงอายุ” หมายถึงผู้ที่มีอายุ60 ปีขึ้นไป (พระราชบัญญัติผู้สูงอายุพ.ศ.2546)

การสูงอายุของประชากรในทุกประเทศ จะนำไปสู่ปัญหา

  • โรคภัยไข้เจ็บและการดูแลผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 85 ปีขึ้นไป) เนื่องจากอายุขัยยืนยาวขึ้น
  • การเพิ่มภาระของสังคมในการรักษาการเจ็บป่วยที่เรื้อรัง
  • การเพิ่มภาระดูแลสมาชิกผู้สูงอายุ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวและสมาชิกวัยทำงานลดลง (สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2563 ประชากรวัยทำงาน อายุ 15 – 64 จำนวน 100 คน จะต้องมีภาระเลี้ยงดูประชากรสูงวัย อายุ 65 ปีขึ้นไป ประมาณ 28 คน)
  • การบริหารจัดการระบบการประกันสังคม การประกันภัย และสวัสดิการสังคมเพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การย้ายถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของประเทศ

โดยสรุปหัวใจของการเตรียมการรองรับ''สังคมสูงอายุ'' คือ

เราจะทำอะไรและอย่างไรจึงจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ดีมีสุข

 มีความมั่นคงในด้านรายได้และสุขภาพหลังการเกษียณ

การกำหนดนโยบายเพื่อรองรับ''สังคมสูงอายุ'' คือ

ต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์: ฐานข้อมูลจากวิธีการสำรวจโดยการใช้ตัวอย่างซ้ำและตามรอบระยะเวลา (Panel and Longitudinal Survey) ตัวอย่างโครงการศึกษาในประเทศต่างๆ

  • สหรัฐอเมริกา: Health and Retirement Study (HRS) ดำเนินการโดย Institute for Social Research, University of Michigan
  • อังกฤษ: English Longitudinal Survey on Aging (ELSA) ดำเนินการโดย Institute for Fiscal Studies, University College London
  • สหภาพยุโรป: Panel Survey on Health, Aging and Retirement in Europe (SHARE) ดำเนินการโดย Institute for Economics and Statistics, University of  Mannheim  
  • เกาหลี: Korea Longitudinal Study of Aging (KLoSA) ดำเนินการโดย Korea Institute of Labor และ Ohio State University 
  • ญี่ปุ่น: Japanese Study of Aging and Retirement (JSTAR) ดำเนินการโดย  Research Institute of Economy, Trade and Industry (RIETI), Hitotsubashi  University
  • จีน: Chinese Health and Retirement Longitudinal Study (CHARLS) ดำเนินการโดย The China Center for Economic Research, Peking University 
  • อินเดีย: Longitudinal Aging Survey in India (LASI) ดำเนินการโดย Program on the Global Demography of Aging, Harvard University
  • ประเทศไทยโครงการศึกษาการสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย (Health, Aging, and Retirement in Thailand – HART) ดำเนินการโดย ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 กำลังปรับปรุง

ความเป็นมา

ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research – CASR) เป็นศูนย์หนึ่งในสิบสองศูนย์วิจัยของสำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ภายใต้ยุทธศาสตร์งานวิจัยของสถาบันฯในการสร้างองค์ความรู้ด้านพัฒนบริหาร ศาสตร์และการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในระดับสากล

หัวใจของการเตรียมการรองรับ''สังคมสูงอายุ'' คือ

เราจะทำอะไรและอย่างไรจึงจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ดีมีสุข

 มีความมั่นคงในด้านรายได้และสุขภาพหลังการเกษียณ

การกำหนดนโยบายเพื่อรองรับ''สังคมสูงอายุ'' คือ ต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์: ฐานข้อมูลจากวิธีการสำรวจโดยการใช้ตัวอย่างซ้ำและตามรอบระยะเวลา (Panel and Longitudinal Survey) สำหรับประเทศไทยได้มีโครงการศึกษาการสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย (Health, Aging, and Retirement in Thailand – HART) ดำเนินการโดย ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กดติดตามกิจกรรมและข่าวสาร

Image result for facebook

ติดต่อสอบถาม

ศูนย์วิจัยสังคมผู้สูงอายุ

สำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

118 ถนนเสรีไทย คลองจั่น บางกะปิ กทม. 10240  

โทรศัพท์ 0-2727-3174 , 081-8330551   

อีเมล์dararatt.nida@gmail.com

 

Contact us

Center for Aging Society Research

Research Center , National Institute of Development Administration 

118 Seri Thai Road , Khlong Chan, Bangkapi , Bangkok

10240 Tel 0-2727-3174 , 081-833-0551   

E-mail :  dararatt.nida@gmail.com